ระบบ Health Link

     คุณเคยไหม ที่เมื่อเข้าโรงพยาบาลแห่งใหม่แล้วต้องใช้ข้อมูลประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเก่า ที่เมื่อพบแพทย์แล้วต้องตอบคำถามว่าตอนนี้ใช้ยาอะไรอยู่บ้างแต่เราจำไม่ได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าในเมื่อโรงพยาบาลหลายแห่งก็เก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ทำไมเราต้องเดินไปขอประวัติของตนเอง แล้วต้องให้โรงพยาบาลเขียนข้อมูลลงบนแผ่นซีดีเพื่อนำไปส่งที่อื่น ทำไมถึงส่งข้อมูลให้กันโดยตรงไม่ได้ เราจะได้สะดวกสบายมากขึ้น และแพทย์จะได้มีข้อมูลเพื่อช่วยในการวินิจฉัยให้เราได้ดีขึ้น?

อะไรคือ Health Link?

     Health Link จึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อตอบปัญหานี้ โดย Health Link เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าดูข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้ และผู้ป่วยสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของตนเอง ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แพทย์ทุกคนที่จะเข้ามาดูข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากนี้ Health Link ยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับบริการฉุกเฉินเป็นอย่างมากในการให้สิทธิ์แพทย์ในห้องฉุกเฉินสืบค้นข้อมูลของผู้ป่วยที่หมดสติ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นอาจจะช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

Health Link เกิดขึ้นได้อย่างไร?

     ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เป็นแนวคิดที่มีมานาน และมีการนำไปใช้จริงแล้วในต่างประเทศ ซึ่งถูกเรียกรวม ๆว่า Health Information Exchange (HIE) โดยมักจะพบในกลุ่มหรือเครือโรงพยาบาลที่ใช้ระบบสารสนเทศ (Hospital Information System หรือ HIS) แบบเดียวกัน การที่จะเกิดระบบ HIE ในระดับประเทศนั้นยากกว่าการทำ HIE เฉพาะกลุ่มมากนัก เนื่องจากโรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้ระบบ HIS ต่างกัน และยังใช้มาตรฐานข้อมูลที่ต่างกันด้วย ดังนั้นการทำ HIE ในระดับประเทศจึงจำเป็นต้องมีการตกลงมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับ และต้องมีการแปลงข้อมูลของแต่ละสถานพยาบาลให้เข้ากับมาตรฐานกลางก่อนที่จะส่งข้อมูลเข้ามา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการลงทุนและต้องการการผลักดันจากหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดขึ้นได้

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันให้เกิดระบบ HIE ในระดับประเทศ โดยการสร้างแพลตฟอร์ม Health Link ขึ้นมา และได้กำหนดมาตรฐานกลางร่วมกับโรงพยาบาลในภาคี และมีการสนับสนุนโรงพยาบาลในด้านเครื่องมือและกระบวนการที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานดังกล่าว

ความร่วมมือกับระบบ

     โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) โดยทั้งสองฝ่ายต่างใช้จุดแข็งของตนยกระดับระบบให้มีความสมบูรณ์ เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพที่แลกเปลี่ยนผ่านระบบ Health Link มีความถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย 

     โดย สธ. จะช่วยสร้างเครือข่ายโรงพยาบาล พร้อมทั้งจัดหาหน่วยงานในการช่วยกำหนดมาตรฐานข้อมูลกลางที่จะแลกเปลี่ยน รวมไปถึงให้คำแนะนำการออกแบบระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของแพทย์

     ทาง ดศ. โดยสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDi) ได้ทำการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ และพัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ผ่านการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัย และข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจะได้รับการดูแล เป็นไปตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

     นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ในการลงทะเบียนพิสูจน์ตัวตน และยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งานระบบ Health Link ได้แก่ แอปเป๋าตัง โดยธนาคารกรุงไทย และ แอป D.Dopa โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำหรับผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการฯ และ ระบบแพทยสภา สำหรับแพทย์เข้าใช้งานระบบ Health Link อ่านต่อ >>

มาตรฐานข้อมูลระดับสากล

     ระบบ Health Link ได้ใช้มาตรฐาน Fast Healthcare Interoperability Resources (FHIR) จากองค์กร Health Level Seven (HL7) ซึ่งเป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก ได้รับการอัพเดทอยู่อย่างสม่ำเสมอ และมีหน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศนำไปใช้ เช่น Centers for Medicare & Medicaid Services (CMS) ของสหรัฐอเมริกา
     โดย FHIR นั้นง่ายต่อผู้พัฒนาสำหรับการนำไปใช้งานมาก เนื่องจาก FHIR ใช้ HTTP-based RESTful protocol ซึ่งนักพัฒนาเว็บไซต์เข้าใจกันดีว่าเป็นมาตรฐานการพัฒนาเว็ปไซต์ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลายชนิด และมีตัวเลือกของการแสดงข้อมูลหลายชนิด ได้แก่ JSON, XML, และ RDF ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันที่ผู้พัฒนาอื่น ๆ พัฒนาขึ้นมาเสริม

ประโยชน์ของ Health Link

     การที่แพทย์สามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยจากต่างโรงพยาบาลได้ จะเกิดประโยชน์กับทั้งผู้ป่วย และกับแพทย์เองเป็นอย่างมาก

  • ประโยชน์สำหรับผู้ป่วย ผู้ป่วยจะได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องไปขอข้อมูลจากโรงพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษาด้วยตนเอง ประหยัดเวลาของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งผู้ป่วยยังสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ และอาจสามารถถูกช่วยชีวิตไว้ได้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลที่ตนยังไม่เคยมีประวัติการรักษามาก่อนอีกด้วย
  • ประโยชน์สำหรับแพทย์ แพทย์สามารถประหยัดเวลาในการวินิจฉัยผู้ป่วย ในขณะเดียวกันแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยที่ครบถ้วนขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจหรือวินิจฉัยอาการได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

เข้าร่วมโครงการ

ประชาชน
แพทย์
โรงพยาบาล
Copy link
Powered by Social Snap